การประกวดการอ่านและเขียนอักษรเบรลล์แห่งชาติ ครั้งที่ 24 ประกวดการอ่านและเขียนอักษรเบรลล์นานาชาติ ครั้งที่ 6 และประกวดการอ่านอักษรเบรลล์มาราธอน ครั้งที่ 11
January 18, 2019
มหาวิทยาลัยบูรพา เยี่ยมชมและศึกษาดูงาน
January 18, 2019

มหิดลห่วงใยประชาชน 5 คณะร่วมชี้แนะการดำเนินชีวิตท่ามกลางฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5

dust01

18 มกราคม 2562 ศาสตราจารย์นายแพทย์บรรจง มไหสวริยะ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานการแถลงข่าว “มาตรการการดูแลสุขภาพและการจัดการที่ประชาชนสามารถดำเนินการได้เกี่ยวกับฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5” โดยมี ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล รองศาสตราจารย์ นายแพทย์นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ศาสตราจารย์ นายแพทย์วินัย วนานุกูล หัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์ ผู้แทนคณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี รองศาสตราจารย์ ดร. ชะนวนทอง ธนสุกาญจน์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ รองศาสตราจารย์ ดร.สุระ พัฒนเกียรติ รองคณบดีฝ่ายบริหารงานวิจัย บริการวิชาการ และสารสนเทศ ผู้แทนคณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธรรมรัตน์ พุทธไทย อาจารย์ประจำคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมในการชี้นำ และให้ความรู้ โดยเฉพาะเรื่องการดำเนินชีวิตท่ามกลางสภาวการณ์ปัจจุบัน ณ ห้องประชุมคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ตึกอำนวยการชั้น 2 รพ.ศิริราช โดยมีรายละเอียดดังนี้

ผลกระทบของ PM2.5 ต่อสุขภาพของมนุษย์ PM2.5 คือ อนุภาคขนาดเล็กที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางเฉลี่ยน้อยกว่า 2.5 ไมโครเมตร แขวนลอยอยู่ในอากาศ รวมกับไอน้ำ ควัน และก๊าซต่างๆ ซึ่งผลกระทบของ PM2.5 ต่อสุขภาพมีดังต่อไปนี้
1. ผลต่อระบบทางเดินหายใจในระยะสั้น สามารถทำให้คนที่มีโรคระบบการหายใจเรื้อรังเกิดอาการกำเริบ ทั้งโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ โรคหืด และโรคถุงลมโป่งพอง ในระยะยาวอาจมีส่วนทำให้เกิดโรคถุงลมป่อง และมะเร็งปอดได้เพิ่มขึ้น
2. ผลต่อระบบอื่นๆ ซึ่งการสูดดม PM2.5 มีผลกระทบทางสุขภาพระบบอื่นๆ นอกจากระบบทางเดินหายใจ ด้วยการศึกษา ส่วนใหญ่เป็นการศึกษาทางระบาดวิทยา และในสัตว์ทดลอง พบว่าปริมาณสาร PM2.5 ในอากาศมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือด รวมถึงหลอดเลือดในสมอง ทั้งในระยะเฉียบพลัน และการได้รับในระยะยาว นอกจากนั้น ยังพบว่าการอยู่ในที่ๆ อากาศมี PM2.5 สูงในระยะยาวอาจสัมพันธ์กับการเกิดโรคสมองเสื่อมด้วย

กลไกการเกิดโรคจาก PM2.5 มีสมมติฐานคือก่อให้เกิดอนุมูลอิสระหรือเหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบในบริเวณที่เป็นโรคและอาจจะมีสารบางชนิดติดกับอณูของ PM2.5 เช่นโลหะหนักบางชนิด หรือสารก่อมะเร็ง เช่น สารกลุ่ม Polycyclic aromatic hydrocarbon (PAH) การสูดดม PM2.5 จะทำให้ได้รับสารเหล่านี้แล้วเป็นสาเหตุให้เกิดมะเร็งการศึกษาพบว่าสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งปอด

แหล่งกำเนิดของ PM2.5

PM2.5 ในกรุงเทพและปริมณฑลมาจาก 4 แหล่งหลัก ได้แก่
1.ไอเสียจากรถยนต์หรือจากการจราจร ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซล
2.การเผาชีวมวล การเผาในที่โล่ง และในที่ไม่โล่ง 3.ฝุ่นทุติยภูมิที่เกิดจากปฏิกิริยาการรวมตัวกันของไอเสียรถยนต์
4.การเผาไหม้เชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้า

ทั้งนี้ ปัญหา PM2.5 ไม่ได้เป็นปัญหาใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นแต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่กรุงเทพมหานครในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ที่อากาศสงบและลมนิ่ง โดยปริมาณ PM2.5 เฉลี่ยระดับ 24 ชั่วโมงจะสูงเกินกว่าค่ามาตรฐานประมาณ 40-50 วันต่อปี นอกจากนี้ปริมาณ PM2.5 ยังมีความแตกต่างกันตามแต่ละสถานที่สิ่งแวดล้อม และช่วงเวลา โดยปริมาณ PM2.5 จะมีระดับสูงขึ้นในช่วงเช้าและเย็น และมีระดับลดลงในช่วงกลางวัน

มาตรการในระยะเร่งด่วนเพื่อลดผลกระทบทางสุขภาพจากปัญหา PM2.5

สิ่งสำคัญในการรับมือปัญหา PM2.5 คือ
1) การประเมินสถานการณ์ความรุนแรงของปัญหา PM2.5 ในแต่ละพื้นที่เนื่องจากปริมาณ PM2.5 มีการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกันไปตามสถานที่สิ่งแวดล้อมและช่วงเวลาโดยปัจจุบันสามารถประเมินได้ผ่านจากแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ต่างๆ เช่น Air4Thai, AirVisual, Air Quality หรือ www.agicn.org/city/bangkok โดยแบ่งความรุนแรงตามระดับสี (สีเหลือง สีส้ม และสีแดง) ถ้าไม่สามารถประเมินด้วยวิธีดังกล่าวได้อาจสังเกตจากสภาพอากาศหรือคำแจ้งเตือนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแทน
2) การประเมินภาวะทางสุขภาพว่าเป็นคนทั่วไปที่มีสุขภาพแข็งแรงดีหรือคนกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กผู้สูงอายุหญิงตั้งครรภ์และผู้ที่มีโรคทางเดินหายใจหรือโรคหัวใจและหลอดเลือดทั้งนี้มาตรการในการรับมือปัญหา PM2.5 จะแตกต่างกันไปตามระดับความรุนแรงของปัญหาและสุขภาพของแต่ละบุคคล

1. พื้นที่สีเหลือง สถานการณ์อยู่ในระดับปานกลาง

บุคคล: คนทั่วไปสามารถออกไปกลางแจ้งได้ออกกำลังกายกลางแจ้งได้ หากเป็นอาชีพที่ต้องออกไปกลางแจ้งเป็นเวลานานพิจารณาใส่หน้ากากป้องกัน ทั้งนี้ ควรมีช่วงที่กลับไปพักในอาคารที่มีการระบายอากาศดีหรือมีเครื่องปรับอากาศเป็นระยะๆ

คนกลุ่มเสี่ยง ควรปรับเวลาในการออกไปกลางแจ้ง และหากต้องออกไปกลางแจ้งควรใส่หน้ากากป้องกัน

สถานที่: บ้านสามารถเปิดประตูหรือหน้าต่างห้องได้ ถ้าไม่มีคนกลุ่มเสี่ยงอยู่ในห้อง แต่ไม่ควรเปิดทิ้งไว้ตลอดโรงเรียน หรือหน่วยงานพิจารณาปรับเวลาเข้าและเลิกลดกิจกรรมกลางแจ้ง

สิ่งแวดล้อม: ยานพาหนะสามารถเข้ามาได้ในพื้นที่ตามปกติควรปลูกต้นไม้เพิ่มโดยเฉพาะต้นไม้ที่มีใบมาก ไม้เลื้อย ไม้ล้มลุก หรือไม้พุ่มบางชนิด เช่น เล็บมือนางกะทกรก ใบระบาด เครือออน คริสตินา และไทรเกาหลี

เวลา: ปริมาณ PM2.5 มีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาโดยมีระดับสูงขึ้นในช่วงเช้าและเย็นและจะมีระดับลดลงในช่วงกลางวันควรมีการติดตามสถานการณ์เป็นระยะๆ

2. พื้นที่สีส้ม สถานการณ์อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

บุคคล: คนทั่วไปควรปรับเวลาในการออกไปกลางแจ้งลดการออกกำลังกายกลางแจ้งหากเป็นอาชีพที่ต้องออกไปกลางแจ้งเป็นเวลานานควรใส่หน้ากากป้องกัน ทั้งนี้ควรมีช่วงที่กลับไปพักในอาคารที่มีการระบายอากาศดีหรือมีเครื่องปรับอากาศเป็นระยะๆ คนกลุ่มเสี่ยงลดเวลาในการออกไปกลางแจ้งและหากต้องออกไปกลางแจ้งควรใส่หน้ากากป้องกันสถานที่: บ้านไม่ควรเปิดประตูหรือหน้าต่างห้องหากมีเครื่องปรับอากาศและเครื่องฟอกอากาศสามารถใช้ได้โรงเรียนหรือหน่วยงานลดเวลาเรียนหรือทำงานงดกิจกรรมกลางแจ้ง

สิ่งแวดล้อม: ยานพาหนะสามารถเข้ามาได้ในพื้นที่ตามปกติหลีกเลี่ยงการเผาขยะควรปลูกต้นไม้เพิ่มโดยเฉพาะต้นไม้ที่มีใบมากไม้เลื้อยไม้ล้มลุกหรือไม้พุ่มบางชนิด เช่น เล็บมือนาง กะทกรก ใบระบาด เครือออน คริสตินา และไทรเกาหลี

เวลา: ปริมาณ PM2.5 มีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาโดยมีระดับสูงขึ้นในช่วงเช้าและเย็นและจะมีระดับลดลงในช่วงกลางวันควรมีการติดตามสถานการณ์เป็นระยะ ๆ

3. พื้นที่สีแดงสถานการณ์อยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ

บุคคล: คนทั่วไปลดเวลาในการออกไปกลางแจ้งงดออกกำลังกายกลางแจ้งหากเป็นอาชีพที่ต้องออกไปกลางแจ้งเป็นเวลานานควรใส่หน้ากากป้องกันทั้งนี้ควรมีช่วงที่กลับไปพักในอาคารที่มีการระบายอากาศดีหรือมีเครื่องปรับอากาศเป็นระยะๆ คนกลุ่มเสี่ยงงดการออกไปกลางแจ้งและหากต้องออกไปกลางแจ้งควรใส่หน้ากากป้องกัน

สถานที่: บ้านไม่ควรเปิดประตูหรือหน้าต่างห้องหากมีเครื่องปรับอากาศและเครื่องฟอกอากาศสามารถใช้ได้โรงเรียน หรือหน่วยงาน ควรปิดเรียน หรือหยุดทำงาน

สิ่งแวดล้อม: ยานพาหนะลดจำนวนพาหนะที่เข้าสู่พื้นที่โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซลจัดการจราจรให้คล่องตัวงดการเผาขยะควรปลูกต้นไม้เพิ่ม โดยเฉพาะต้นไม้ที่มีใบมาก ไม้เลื้อย ไม้ล้มลุก หรือไม้พุ่มบางชนิด เช่น เล็บมือนาง กะทกรก ใบระบาด เครือออน คริสตินา และไทรเกาหลี

เวลา: ปริมาณ PM2.5 มีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาโดยมีระดับสูงขึ้นในช่วงเช้า และเย็น และจะมีระดับลดลงในช่วงกลางวันควรมีการติดตามสถานการณ์เป็นระยะๆ การป้องกันผลกระทบทางสุขภาพจาก PM2.5 ขณะนี้เริ่มมีข้อมูลมากขึ้นว่าสารอาหารบางชนิดที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระอาจสามารถลดผลกระทบทางสุขภาพจาก PM2.5 เมื่อใช้ในปริมาณที่เหมาะสม เช่น วิตามินซี วิตามินอี และน้ำมันปลา เป็นต้น

Recent post