สถาบันโภชนาการ ม.มหิดล จัดอบรมเชิงปฏิบัติการด้านโภชนาการและการจัดอาหารกลางวัน
September 26, 2018
คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมลงนามความร่วมมือทางวิชาการกับ College of Liberal Arts and Social Sciences, National Taiwan University of Science and Technology
September 26, 2018

มหาวิทยาลัยมหิดล ขอแสดงความยินดีกับศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี ที่ได้รับแต่งตั้งจากองค์การอนามัยโลกให้เป็นศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลก เพื่อการป้องกันและดูแลด้านพิษวิทยา

Rama-Congra_11

มหาวิทยาลัยมหิดล ขอแสดงความยินดีกับศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี (Ramathibodi Poison Center) ที่ได้รับแต่งตั้งจากองค์การอนามัยโลกให้เป็นศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลก เพื่อการป้องกันและดูแลด้านพิษวิทยา WHO Collaborating Centre for the Prevention and Control of Poisoning (WHO CC No. THA – 84)
ตั้งแต่ 18 ตุลาคม 2561 ถึง 17 ตุลาคม 2565

ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดีแห่งนี้ เป็นศูนย์พิษวิทยาแห่งแรกในประเทศไทยที่ครบวงจร เป็นแหล่งรวบรวมและให้ข้อมูลคำปรึกษาที่ถูกต้องทางด้านพิษวิทยาและเภสัชวิทยาได้อย่างสะดวก รวดเร็ว รวมทั้งยังเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง และให้คำปรึกษาผ่านสายด่วน 1367 จุดเด่นสำคัญอีกประการของศูนย์แห่งนี้คือ เป็นศูนย์ประสานงานงานกับแหล่งเก็บยาต้านพิษทั่วประเทศ และเป็นศูนย์ที่เก็บยาต้านพิษที่สำคัญไว้ใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีความจำเป็น ซึ่งสามารถนำออกมาใช้ได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สามารถรักษาผู้ที่ได้รับสารพิษได้อย่างทันท่วงที ศูนย์พิษวิทยาช่วยเสริมให้โรงพยาบาลต่าง ๆ สามารถดูแลผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษอย่างถูกต้องและเหมาะสม

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นับเป็นครั้งแรกที่ ด็อกเตอร์ ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก หรือ World Health Organization (WHO) ได้เดินทางเข้าเยี่ยมชมศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี ในโอกาสที่ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดีได้ให้ความช่วยเหลือในการส่งยาต้านพิษ Botulinum antitoxin ให้แก่ผู้ป่วยในประเทศไนจีเรีย จากการร้องขอผ่านทางองค์การอนามัยโลก ซึ่งถือว่าเป็นผลงานชิ้นสำคัญที่ทำให้ศูนย์แห่งนี้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เป็นศูนย์กลางความร่วมมือขององค์การอนามัยโลก (WHO) ด้านยาต้านพิษได้ในอนาคต

ศาสตราจารย์ นพ.วินัย วนานุกูล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี และหัวหน้าศูนย์พิษวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เล่าให้ฟังเกี่ยวกับการมาเยือนศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี ในครั้งนี้ ว่า ทางศูนย์พิษวิทยารามาธิบดีได้รับการติดต่อจากองค์การอนามัยโลกผ่านทาง นพ.สุวิทย์ วิบุลย์ผลประเสริฐ ว่ามีการร้องขอความช่วยเหลือ โดยขอยาต้านพิษ Botulinum antitoxin ในประเทศไนจีเรีย เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งเราก็ทำการติดต่อเพื่อสอบถามรายละเอียดอาการของผู้ป่วยก็พบว่า มีครอบครัวที่มีผู้ป่วย 3 รายมีอาการเจ็บป่วยเข้าได้กับโรคโบทูลิซึม (botulism) ผู้ป่วยเสียชีวิตแล้ว 1 ราย อีก 2 รายต้องได้รับยาต้านพิษ Botulinum antitoxin โดยทางศูนย์ฯมียาต้านพิษนี้อยู่ด้วย จึงได้ทำการประสานงานร่วมกันกับทาง สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) องค์การเภสัชกรรม และเจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย ในการนำส่งยาต้านพิษดังกล่าวไปยังผู้ป่วยในประเทศไนจีเรียโดยทางเครื่องบิน

โครงการยาต้านพิษนี้เป็นโครงการความร่วมมือของหลายหน่วยงานได้แก่ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) องค์การเภสัชกรรม โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกแห่ง และศูนย์พิษวิทยา โดยจะจัดหาและสำรองยาต้านพิษที่สำคัญไว้ในโรงพยาบาลต่าง ๆ ตามเท่าที่จำเป็น ยาต้านพิษ Botulinum antitoxin เป็นยาที่จำเป็นต้องใช้ในผู้ป่วยจำนวน 2 ขวดต่อราย และมีราคาต่อขวดที่ 200,000 บาท ด้วยยาต้านต้านพิษนี้มีราคาแพง จึงต้องมีการตรวจสอบอาการป่วยให้แน่ใจในการวินิจฉัยเสียก่อน นอกจากนี้ยาต้านพิษรวมทั้ง Botulinum antitoxin ในโครงการนี้มีไว้ใช้สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นในประเทศไทย จึงต้องได้รับความเห็นชอบจาก สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เสียก่อน ส่วนการนำยาต้านพิษออกมาใช้เพื่อส่งต่อไปยังต่างประเทศต้องได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้ง องค์การเภสัชกรรม เจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลก และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

เนื่องด้วยศูนย์ฯเปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้สามารถรับเรื่องได้ตลอดเวลา อีกทั้งยังมีระบบตรวจสอบข้อมูลและความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ เป็นอย่างดี ทำให้สามารถส่งยาต้านพิษไปยังให้ผู้ป่วยที่มีความจำเป็นประเทศไนจีเรียได้ตามที่มีการร้องขอ ซึ่งงานนี้ทำได้ไม่ง่ายนัก ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลกเดินทางเข้าเยี่ยมชมศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี
การเดินทางเข้าเยี่ยมชมศูนย์พิษวิทยารามาธิบดีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็ถือเป็นครั้งแรกที่ท่านเดินทางมาคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลกได้กล่าวชมว่า ศูนย์ฯมีพื้นที่ไม่มาก บุคลากรไม่มาก แต่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แสดงให้เห็นว่าของบุคลากรของศูนย์พิษวิทยารามาธิบดีมีพลัง และความมุ่งมั่นเพื่อสร้างสรรค์งานที่มีอย่างดีเยี่ยมและน่าชื่นชม แม้ว่าจะมีทรัพยากรที่จำกัด

นอกจากนี้ศูนย์ฯได้ทำงานมาสักพักใหญ่แล้ว ยาต้านพิษที่มีอยู่กับระบบการทำงานก็มีศักยภาพที่เพียงพอต่อประเทศไทย ซึ่งยังสามารถต่อยอดครอบคลุมในระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย ก่อนหน้าที่ให้ความช่วยเหลือทางไนจีเรีย ก็ได้รับเชิญให้ไปนำเสนอโครงการยาต้านพิษนี้ให้กับตัวแทนประเทศสมาชิกองค์การอนามัยโลกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สำนักงานขององค์การอนามัยโลกสาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย โดยได้เสนอไปว่า เรามีแนวคิดที่จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางแหล่งสำรองยาต้านพิษของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากนั้นมา องค์การอนามัยโลกและคณะฯ มีความเห็นสอดคล้องกันให้ก็ให้ศูนย์พิษวิทยาสมัครเป็นศูนย์ความร่วมมือขององค์การอนามัยโลก (WHO Collaboration Center) ซึ่งคาดว่าจะได้รับการประกาศเป็นศูนย์ความร่วมมือขององค์การอนามัยโลกด้านพิษวิทยาในอนาคตภารกิจของศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี

ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี เป็นศูนย์ที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลทางด้านพิษวิทยาและเภสัชวิทยา ให้คำปรึกษาแก่บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนทั่วไป รวมทั้งประสานงานให้มียาต้านพิษเพื่อเตรียมไว้พร้อมใช้สำหรับประเทศไทยหากมีการร้องขอมา และเป็นแหล่งเก็บยาต้านพิษที่สำคัญเพียงแห่งเดียวที่พร้อมใช้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีระบบการตรวจสอบ ให้คำแนะนำ ติดตามรวมทั้งระบบการขนส่งยาต้านพิษไปยังโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อทำการรักษาผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษ
ติดต่อศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี สายด่วน 24 ชั่วโมง โทร. 1367

Recent post