พิธีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการตรวจหาสารต้องห้าม
December 17, 2018
คณะผู้บริหาร ม.มหิดล รับฟังข้อตกลงการปฏิบัติงานของส่วนงาน (PA ส่วนงาน) คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
December 18, 2018

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ประชุมวิชาการเชิงนโยบายเรื่อง “การเดินทางของเรือนจำสุขภาวะ”

ipsr1

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2561 สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับสมาคมนักวิจัยประชากรและสังคม กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงานประชุมวิชาการเชิงนโยบายเรื่อง “การเดินทางของเรือนจำสุขภาวะ” ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ถ.วิภาวดี โดยมีนางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. กล่าวรายงานผลการเนินงานโครงการขับเคลื่อนนโยบายเรือนจำสุขภาวะ ว่า “ สสส.ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนให้เกิด “เรือนจำสุขภาวะ” ในสังคมไทย โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของสังคม แนวคิดเรือนจำสุขภาวะมาจากการหลอมรวมความรู้ที่ได้จากการวิจัยเชิงนโยบายและการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม กิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้น คือนวัตกรรมที่ก่อให้เกิด “ความรู้ที่มาจากการปฏิบัติ” โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมาตลอด 7 ปี แสดงให้เห็นแนวทางในการปรับเปลี่ยนเรือนจำให้เป็นพื้นที่ซึ่งผู้ต้องขังสามารถมีประสบการณ์ในทางบวก ทั้งในส่วนของการดูแลสภาวะแวดล้อมและดูแลตนเองให้มีสุขภาพดีทั้งกายและใจ การอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยและเรียนรู้การอยู่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์” จากนั้นเป็นการกล่าวเปิดงานและปาฐกถานำเรื่อง “นโยบายเรือนจำสมัยใหม่เปิดประตูสู่สังคม” โดย ดร.อายุฒม์ สินธพพันธุ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายบริหาร
ต่อด้วยการนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายจากโครงการวิจัย 3 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการวิจัยและพัฒนาสาธารณสุขมูลฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังหญิง โดย ดร.กฤตยา อาชวนิจกุล นายกสมาคมนักวิจัยประชากรและสังคม 2.โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบบริการและส่งเสริมสุขภาพในเรือนจำ โดยนางสาวกุลภา วจนสาระ หัวหน้าโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบบริการและส่งเสริมสุขภาพในเรือนจำ ของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “ ในส่วนของนโยบายของการดูแลสุขภาพผู้ต้องขัง ข้อค้นพบสำคัญของงานวิจัยนี้คือ พื้นฐานส่วนบุคคลและเงื่อนไขต่างๆ ในชีวิตก่อนเข้าเรือนจำ รวมทั้งองค์ประกอบเชิงโครงสร้างและสภาพแวดล้อมภายใต้การควบคุมของเรือนจำ ต่างเป็นส่วนหนึ่งของปัจจัยที่กำหนดสุขภาพของผู้ต้องขัง ดังนั้นการให้บริการสุขภาพในเรือนจำนั้น จึงควรใช้สายตาที่ละเอียดอ่อนมองให้เห็นเงื่อนไขปัจจัยต่าง ๆ ที่กำหนดสุขภาพของผู้ต้องขัง และดำเนินตามแนวทางระบบสุขภาพแบบบูรณาการในเรือนจำ สำหรับผู้ต้องขังทุกกลุ่ม ทั้งชายและหญิง” 3. โครงการเรือนจำสุขภาวะ : พัฒนาคุณภาพชีวิตหลังกำแพง โดย ผศ.ธีระวัลย์ วรรธโนทัย นักวิชาการอิสระ และรศ.ดร.นภาภรณ์ หะวานนท์ นักวิชาการอิสระและที่ปรึกษาของโครงการขับเคลื่อนเรือนจำสุขภาวะ กล่าวเสริมว่า “หลักการสำคัญของเรือนจำสุขภาวะคือ กระบวนการฟื้นฟูผู้ต้องขังควรบูรณาการเข้าไปในวิถีการดำรงชีวิตตลอดทั้ง 24 ชั่วโมงในเรือนจำ ซึ่งหมายความว่าสภาวะแวดล้อมทั้งทางกายภาพ วิถีการดำรงชีวิต ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ต้องขัง ความสัมพันธ์กับโลกภายนอก ต้องให้ความสำคัญกับการทำให้ชีวิตในเรือนจำแตกต่างจากชีวิตในสังคมทั่วไปให้น้อยที่สุด เพื่อว่าเมื่อเวลาของการลงโทษสิ้นสุดลง ผู้พ้นโทษไม่จำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการคืนกลับสู่สังคมอีกครั้ง โดยเรือนจำสุขภาวะมีองค์ประกอบอย่างน้อย 7 ด้าน ได้แก่ (1) เพิ่มความสามารถในการดูแลตนเองของผู้ต้องขัง (2) ลดความเสี่ยงของการเป็นโรคที่พบบ่อยในเรือนจำ (3) เพิ่มโอกาสการเข้าถึงการบริการสุขภาพ (4) ผู้ต้องขังมีพลังชีวิต คิดบวก และมีกำลังใจ (5) ดำรงชีวิตอยู่ในความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรและเอื้ออาทร (6) สามารถธำรงบทบาทของการเป็นแม่ ลูก และ/หรือสมาชิกในครอบครัว และ (7) มีโอกาสสร้างที่ยืนในสังคม”
ทั้งนี้ รศ.ดร.กฤตยา อาชวนิจกุล นายกสมาคมนักวิจัยประชากรและสังคม ให้ข้อเสนอแนะว่า ควรนำ“สาธารณสุขมูลฐาน (สมฐ)” มาประยุกต์ใช้ในเรือนจำ เพราะฐานคิดของสมฐ.คือการปฏิรูประบบสุขภาพเพื่อสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้าทางสังคมในระดับชุมชน ดังนั้นการพัฒนาระบบสมฐ.ในเรือนจำซึ่งเป็นชุมชนปิด จึงเป็นทั้งจุดเริ่มต้น และแนวคิดพื้นฐานที่สาคัญสำหรับการขับเคลื่อนไปสู่สุขภาวะของผู้ต้องขัง ที่เหมาะสมกับการทำงานเชิงชุมชนแบบองค์รวม เน้นการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย โดยเฉพาะการประสานงานข้ามหน่วยงาน การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม และการส่งเสริมสุขภาพดีไม่ใช่ซ่อมสุขภาพ ซึ่งทั้งหมดเป็นรากฐานสำคัญของการขับเคลื่อนสู่เรือนจำสุขภาวะ

Recent post