ภาคีไตรมิตร “มหิดล-จุฬาฯ-มช.” ผนึกกำลังขับเคลื่อนอุดมศึกษาไทย ภายใต้แนวคิด MC² เพื่อสังคมไทยที่เติบโต โปร่งใส และยั่งยืน

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ม.มหิดล จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการพลังกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ขับเคลื่อนเจเนอเรชันใหม่ปลอดบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบ
January 16, 2026

ภาคีไตรมิตร “มหิดล-จุฬาฯ-มช.” ผนึกกำลังขับเคลื่อนอุดมศึกษาไทย ภายใต้แนวคิด MC² เพื่อสังคมไทยที่เติบโต โปร่งใส และยั่งยืน

มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประชุมความร่วมมือสภามหาวิทยาลัยและผู้บริหารสามสถาบันเป็นครั้งแรก และร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยสามสถาบัน เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569 ณ หอประชุม NSP Rice Grain Auditorium อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อบูรณาการศักยภาพของสามมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ยกระดับระบบอุดมศึกษาไทย และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับนานาชาติ

ความร่วมมือระหว่างสามมหาวิทยาลัยในครั้งนี้ขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด MC² ซึ่งหมายถึงการผสานพลังของ Mahidol (M) – Chula (C) – Chiang Mai University (CMU) จากความเชี่ยวชาญและจุดแข็งของแต่ละสถาบัน สู่พลังร่วมที่ทวีคูณ เพื่อพัฒนากำลังคน งานวิจัย และนวัตกรรม ตอบโจทย์อนาคตประเทศ

การประชุมความร่วมมือสภามหาวิทยาลัยสามสถาบันในครั้งนี้ เริ่มด้วย ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงวัตถุประสงค์และกล่าวแสดงความยินดีที่ทั้งสามมหาวิทยาลัยร่วมมือกันในครั้งนี้ จากนั้น ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวแสดงความยินดี

ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์ นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศาสตราจารย์ ดร. นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงนโยบายและพันธกิจของมหาวิทยาลัยและโครงการที่จะดำเนินการร่วมกัน

จากนั้นอธิการบดีทั้งสามมหาวิทยาลัยร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสามสถาบันและรับฟังข้อเสนอแนะจากกรรมการสภามหาวิทยาลัย รวมทั้งแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างกัน ปิดท้ายด้วยอธิการบดีจุฬาฯ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยมหิดลแลกเปลี่ยนของที่ระลึกระหว่างกัน และถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน

กรอบความร่วมมือสำคัญนี้เป็นก้าวสำคัญของการอุดมศึกษาไทย ครอบคลุมทุกมิติสำคัญของการบริหารจัดการอุดมศึกษา ตั้งแต่การบริหารจัดการวิจัยและบัณฑิตศึกษา การจัดการเรียนการสอนและการพัฒนานักศึกษา การบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การวางแผนงบประมาณและการสร้างรายได้ ตลอดจนการประเมินคุณภาพทางวิชาการและคุณภาพสถาบัน รวมถึงประเด็นอื่น ๆ ที่ทั้งสามฝ่ายจะร่วมกันกำหนด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และยกระดับมาตรฐานอุดมศึกษาไทยให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก

สาระสำคัญอีกประการหนึ่งของความร่วมมือครั้งนี้ คือการมุ่งสู่การเป็น “องค์กรแห่งการเรียนรู้” ผ่านการส่งเสริมการจัดการความรู้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้บริหาร และบุคลากร ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง

ความร่วมมือของภาคีไตรมิตร 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศในครั้งนี้นับเป็นหมุดหมายสำคัญของการขับเคลื่อนอุดมศึกษาไทย เพื่อพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย ขับเคลื่อนงานวิจัย นวัตกรรม และสตาร์ทอัพ มุ่งแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมปลูกฝังคุณธรรม ความซื่อสัตย์ สุจริต และความโปร่งใสอย่างยั่งยืน