โรคของระบบการหายใจ และ เวชบำบัดวิกฤตในเด็กของประเทศไทย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงสุภรี สุวรรณจูฑะ รางวัลมหิดลทยากร ประจำปี 2559


 

ผลงานวิจัยเรื่องโรคของระบบการหายใจในเด็ก และการจัดตั้งสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและเวชบำบัดวิกฤตในเด็กในประเทศไทย ถือเป็นผลงานอันโดดเด่นของศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงสุภรี สุวรรณจูฑะ ในชีวิตการทำงานของท่านนอกเหนือจากผลงานอื่นๆ อีกมาก ซึ่งงานวิจัยที่จะกล่าวถึงคือเรื่อง “The study of etiology and epidemiology of acute respiratory tract infection in children under 5 years of age in Thailand” ซึ่งเริ่มจาก ศ.นพ.ณัฐ ภมรประวัติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลในสมัยนั้นมีวิสัยทัศน์กว้างไกลได้แนะนำให้สมัครขอรับทุน วิจัยจาก Board on Sciences and Technology for International Development (BOSTID) ของสภาวิจัยแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ซึ่งกำลังให้ทุนการวิจัยในการศึกษาเรื่องนี้พร้อมกันในหลายประเทศ จุดประสงค์ของการวิจัยเรื่องดังกล่าวเนื่องจากโรคติดเชื้อเฉียบพลันทางเดินหายใจ (ARI) ในเด็กอายูต่ำกว่า 5 ปี พบได้บ่อย และเป็นสาเหตุการตายที่สูงมากในประเทศต่างๆทั่วโลก โดยเฉพาะที่กำลังพัฒนา

ศ.พญ.สุภรี สุวรรณจูฑะ ซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าโครงการ กล่าวถึงผลดังกล่าวว่า งานวิจัยนี้นับว่าเป็นงานวิจัยที่ใหญ่ครบวงจร มีประเทศที่ร่วมในโครงการวิจัยรวม 13 ประเทศ มีการศึกษาถึงเชื้อก่อโรคโดยเน้นการตรวจหาเชื้อโดยวิธีการและห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน และด้านระบาดวิทยา ในผู้ป่วยระดับโรงพยาบาลและชุมชนในเวลาเดียวกัน (combined community based and hospital and laboratory based) ใช้เวลาการทำวิจัยถึง 3 ปี โดย แบ่งขั้นตอนเป็น 3 ช่วงเวลา 6 เดือนแรก เป็นการเตรียมความพร้อมของทีมงาน 2 ปีต่อมาเป็น การเก็บข้อมูลและ 6 เดือนสุดท้ายเป็น การรวบรวมข้อมูล ประเมินผล สรุปผลและการตีพิมพ์ในการวิจัยได้ดำเนินการตามระเบียบวิธีวิจัย ของมหาวิทยาลัยมหิดลในการทำวิจัยในคน และใช้เกณฑ์วินิจฉัย ของ WHO และ clinical syndrome ของ ARI ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ในการเก็บข้อมูลในชุมชนได้ศึกษาในเขตกรุงเทพฯ มีเด็ก ARI อายุต่ำกว่า 5 ปี เข้ามาในโครงการรวมประมาณ 400 คน ส่วนในโรงพยาบาลได้ศึกษาเด็กที่รับการรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดีด้วยอาการของ ARIตามเกณฑ์ประมาณ 600 คน ซึ่งประกอบด้วยผู้ป่วยที่มาจากชุมชนที่ทำการศึกษาและที่อื่นๆ ในเขตกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่าง

ประโยชน์ที่ได้รับจากการทำงานวิจัยนี้ เหมาะสมที่จะนำมาเป็นตัวอย่าง เช่น หลังจากส่งโครงการให้ BOSTID พิจารณา ถึงความคุ้มค่า ความเหมาะสมตั้งแต่สถานที่ทำวิจัย บุคลากรที่ร่วมการวิจัยในด้านระบาดวิทยา นักสถิติ วิธีเก็บสิ่งส่งตรวจ ห้องปฏิบัติการ โดยส่งผู้แทนมาตรวจสอบโดยเฉพาะในแต่ละด้าน สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับผู้ที่รับหน้าที่พิจารณาให้เงินทุนทำวิจัยอย่างคุ้มค่าในภายหน้า ระหว่างการวิจัยทางผู้ให้ทุน ได้จัดให้มีการประชุมผู้แทนผู้รับทุนวิจัยเรื่องเดียวกันของแต่ละประเทศเป็นระยะเพื่อการติดตามผลงานและเรียนรู้ร่วมกันถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อปรับปรุงในบางอย่างที่จะให้ผลดีขึ้น เช่น วิธีการเก็บสิ่งส่งตรวจ การบริหารงบประมาณ เป็นต้น เป็นตัวอย่างให้ผู้ที่ปฏิบัติงานต้องมีความระมัดระวังและเอาใจใส่ต่องานที่รับผิดชอบอยู่เสมอ เมื่อจบโครงการ ผลวิจัยได้คำตอบของเชื้อก่อโรคและระบาดวิทยาของโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจในเด็กต่ำกว่า 5 ปี จาก (1) และ (2) โดยพบว่าเชื้อก่อโรค ARIในเด็กส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสและประมาณครึ่งหนี่งเป็น Respiratory syncytial virus (RSV) และได้ทราบถึงการดำเนินของโรค มีส่วนช่วยให้แพทย์เกิดความมั่นใจในการตัดสินใจไม่ใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น จากการวิจัยครั้งนี้ทำให้เกิดความร่วมมือในการวิจัยเพิ่มเติมในลักษณะเดียวกันในระดับชุมชนต่างจังหวัด โดยได้ร่วมกับงาน ARI ของกระทรวงสาธารณสุขได้รับทุนจากองค์การอนามัยโลก มีการฝึกอบรมบุคลากรในด้านการดูแลผู้ป่วย ARI ในทุกระดับของความรุนแรงของโรค โดยเฉพาะในหอผู้ป่วยเวชบำบัดวิกฤต (ICU) ศ.สุภรีได้ดำเนินการขอทุนองค์การอนามัยโลก เชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญทาง ICU จากสหรัฐอเมริกามาช่วยในการอบรมบุคลากรในระดับประเทศทำให้มาตรฐานของ ICU ของประเทศเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุข พบว่าอัตราตายของผู้ป่วยเด็กต่ำกว่า 5 ปี โดยเฉพาะจากปอดบวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้มีการร่วมมือกันวางแนวทางในการป้องกันและควบคุม ARI ในเด็กเล็กในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดความตื่นตัวในการเฝ้าระวังการระบาดของ ARI ในเด็กมากขึ้นโดยเฉพาะในชุมชน

ผลจากการมีส่วนร่วมในการทำวิจัยของห้องปฎิบัติการทำให้มีการพัฒนาวิธีการการเก็บและเตรียมสิ่งส่งตรวจให้สะดวกและรวดเร็วและมีคุณภาพ ผู้ร่วมงานวิจัยทุกคน ได้ใช้ผลงานวิจัยสอดแทรกในการเรียนการสอนนักศึกษา/แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ ทั้งในระดับชาติ นานาชาติ รวมทั้งรูปแบบของผลงานวิจัยในชุมชนและโรงพยาบาลได้ใช้ในการทำวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ในระดับนานาชาติทำให้มีความร่วมมือทางด้านวิชาการระหว่างกัน ผู้วิจัยหลายท่านเป็นที่ยอมรับและได้รับเชิญเป็นวิทยากรระดับนานาชาติ เป็นการสร้างเครือข่ายความสัมพันธภาพระหว่างผู้ดำเนินงานโครงการวิจัยในประเทศต่างๆ รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญจาก BOSTID ที่มาให้คำแนะนำในการดำเนินงานให้เป็นไปอย่างแนบแน่นและต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน ซึ่งเมื่อมีการก่อตั้งWorld Federation of Pediatric Intensive and Critical Care Societies ขึ้น ศ.สุภรี ได้รับเชิญให้เป็นผู้ร่วมบุกเบิกและก่อตั้ง ทั้งหมดนี้เป็นส่วนสำคัญของการที่มีการจัดตั้งสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและเวชบำบัดวิกฤตในเด็กและเกิดหลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางสาขาวิชานี้ในระยะต่อมาโดยที่ ศ.สุภรี เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งและที่ปรึกษาจนปัจจุบัน ซึ่งบุคลากรทุกท่านได้นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับมาประยุกต์และพัฒนาการดูแลรักษาผู้ป่วยเด็กที่มีปัญหาทางระบบหายใจและเวชบำบัดวิกฤตในเด็กให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล มีผลให้ผู้ป่วยเด็กที่ได้รับการดูแลรักษามีสุขภาพดีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วย

1) Subharee Suwanjutha, Teerachai Chantarojanasiri, Siripath Watthana-kasetr, et al. A study of nonbacterial agents of acute lower respiratory tract infection in Thai children, Reviews of Infectious Diseases Nov-Dec 1990, Vol.12 Supplement 8, S923-928.

2) Kanda Vathanophas, Rawiwan Sangchai, Suwanee Raktham, et al. A community-based study of acute respiratory tract infection in Thai children Reviews of Infectious, Diseases Nov-Dec 1990. Vol 12 Supplement 8, S957-965.