![]() |
ปุกกุสะบุตรแห่งมัลลกษัตริย์แวะเข้าเฝ้าถวายผ้าเนื้อเกลี้ยงสีทอง
| ในขณะที่พระพุทธเจ้าประทับอยู่ภายใต้ร่มพฤกษาริมฝั่งแม่น้ำ ซึ่งอยู่ใน |
| ระหว่างทางที่จะไปยังเมืองกุสินารานั้น ได้มีชายผู้หนึ่งนามว่าปุกกุสะ ผู้เป็น |
| บุตรของมัลลกษัตริย์ เดินทางมาจากเมืองกุสินาราจะไปยังเมืองปาวา มาถึง |
| ตรงที่พระพุทธเจ้าประทับหยุดพักจึงเข้าไปเฝ้า |
| พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมให้เขาฟังเกี่ยวกับเรื่องธรรมอันเป็นสันติ ปุกกุสะ |
| ฟังแล้วเกิดความเลื่อมใส จึงถวายผ้าสิงคิวรรณสองผืนแด่พระพุทธเจ้า ผ้า |
| สิงคิวรรณ คือผ้าเนื้อดี ประณีต มีสีเหมือนสิงคี แปลว่า ทองคำ |
| เขากราบทูลพระพุทธเจ้าว่า ผ้าสิงคิวรรณคู่นี้ผืนหนึ่งสำหรับห่ม อีกผืนหนึ่ง |
| สำหรับนุ่งเป็นพิเศษเนื้อเกลี้ยง ตัวเขาเคยนุ่งห่มเป็นครั้งคราว เขาได้เก็บ |
| รักษาไว้ แต่บัดนี้จะขอถวายพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าทรงรับผืนหนึ่ง อีกผืน |
| หนึ่งทรงบอกให้ปุกกุสะน้ำไปถวายพระอานนท์ ชายผู้นี้ได้ทำตามพุทธ |
| ประสงค์ กราบถวายอภิวาทพระบาทพระพุทธเจ้าแล้วออกเดินทางต่อไป |
| หลังจากนั้น พระอานนท์ได้นำผ้าที่ชายผู้นั้นถวายท่านเข้าไปถวายพระพุทธ |
| เจ้า พระพุทธเจ้าทรงนุ่งผืนหนึ่งและห่มอีกผืนหนึ่ง พอพระเจ้าทรงนุ่งและห่ม |
| ผ้าสิงคิวรรณแล้ว ปรากฏว่าพระกายของพระพุทธเจ้าฉายพระรัศมีเปล่งปลัง |
| และผุดผ่องผิดปกติยิ่งกว่าครั้งใดๆ ที่พระอานนท์เคยเห็นมา พระอานนท์จึง |
| กราบทูลกับพระพุทธเจ้าว่าเป็นที่น่าอัศจรรย์มาก |
| พระพุทธเจ้าตรัสบอกพระอานนท์ว่าพระกายของพระองค์มีพระรัศมีเปล่ง |
| ปลั่งผิดปกติ มีอยู่สองครั้งเท่านั้น ครั้งหนึ่งเมื่อตรัสรู้ใหม่ๆ อีกครั้งหนึ่งคือเมื่อ |
| ก่อนวันจะนิพพานคือวันนี้ แล้วตรัสว่า "ดูกรอานนท์! สิ้นสุดคืนวันนี้ เราจัก |
| นิพพานแล้ว มาเดินทางต่อไปยังเมืองกุสินารากันเถิด" |
| พระอานนท์รับพุทธาณัติ คือคำสั่งจากพระพุทธเจ้า แล้วเรียกให้พระสงฆ์ทั้ง |
| ปวงที่ตามเสด็จให้ทราบเพื่อออกเดินทางต่อไป |
Copyright © 2002 Mahidol
University All rights reserved. |